สงครามลูกหนัง

 สงครามลูกหนัง

สงครามลูกหนัง  ‘โบคา จูเนียร์ส’ VS ‘ริเวอร์เพลต’

 สงครามลูกหนัง

คนรักกีฬาฟุตบอลคงคุ้นเคยกับการประกบคู่เกม “ดาร์บี้แมตช์” หรือแมตช์คลาสสิกระหว่างทีมดังที่เป็นคู่ปรับกันมายาวนานเป็นอย่างดีเช่น เกมแดงเดือด, เอล กลาซิโก้ หรือดาร์บี้แมตช์ประจำเมืองต่างๆ

แต่การประกบคู่ที่ว่า “โหด” หรือเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ยอมกันไม่ได้ทั้งหลายทั้งปวงนั้น ถ้าลองยกไปเทียบกับแมตช์ซึ่งมีชื่อเฉพาะว่า “ซุปเปอร์กลาซิโก้” ระหว่าง 2 ทีมดังแห่งกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินาแล้ว เรียกว่าเป็นเด็กๆ ไปเลย

ยืนยันได้จากกรณีอื้อฉาวเมื่อคืนนี้ซึ่งแฟนบอล “ริเวอร์เพลต” เจ้าถิ่น ก่อเหตุรุมโจมตีรถบัสของทีม “โบคา จูเนียร์ส” ด้วยการขว้างปาก้อนหินและจุดพลุแฟลร์ ทำให้นักเตะบางคนโดนกระจกบาดแถมยังสูดควันเข้าไป

สุดท้ายศึกฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรอเมริกาใต้ ถ้วย “โกปา ลิเบร์ตาโดเรส” รอบชิงชนะเลิศ นัดที่ 2 ซึ่งกำหนดเตะช่วงเย็นวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น เลยต้องเลื่อนไปเตะกันในวันอาทิตย์แทน

ปกติ 2 ทีมนี้เจอกันที แฟนบอลก็มีอารมณ์ร่วมระดับ “สงคราม” ย่อมๆ มาตลอดอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้บรรยากาศค่อนข้างระอุเป็นพิเศษเนื่องจากมีเดิมพันเป็นแชมป์ใหญ่ที่สุดในระดับทวีปนั่นเอง

การที่ริเวอร์เพลตกับโบคา จูเนียร์ส ขัดแย้งกันตั้งแต่ระดับแฟนบอลไปจนถึงนักเตะและผู้บริหารสโมสรนั้นสาเหตุไม่ใช่แค่เขม่นกัน หรือเพราะความหมั่นไส้ที่ต่างฝ่ายต่างมีผลงานโดดเด่นเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะประวัติศาสตร์ยาวนานเข้มข้นที่ลงลึกไปถึงขั้นสงครามระหว่างชนชั้นในสังคมนู่นเลย

รากฐานของ 2 สโมสรนี้มาจากที่เดียวกัน คือเขตลา โบคา ซึ่งเป็นย่านทำงานและที่พักอาศัยของชนชั้นแรงงานในบัวโนสไอเรส

ริเวอร์เพลตเกิดก่อนในปี 1901 หลังจากนั้นอีก 4 ปีต่อมา โบคา จูเนียร์ส จึงถือกำเนิด

แรกๆ ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 สโมสรยังอยู่ในระดับคู่แข่งร่วมเมือง กระทั่งริเวอร์ย้ายไปตั้งฐานที่มั่นในเขตนูเญซซึ่งเป็นย่านมีอันจะกินทางตอนเหนือของเมืองหลวงในปี 1925

ริเวอร์ไม่ได้ย้ายไปอยู่ในย่านคนรวยเฉยๆ แต่ยังแสดงถึงอำนาจทางการเงินด้วยการจับจ่ายซื้อนักเตะค่าตัวแพงๆ เข้าทีมจนกลายเป็นทีมสุดแกร่งของยุคชนิดคู่แข่งสู้ไม่ไหวหลังจากอาร์เจนตินาเริ่มตั้งลีกฟุตบอลอาชีพในปี 1931

การใช้เงินเป็นเบี้ยเวลานั้นทำให้ริเวอร์เพลตได้รับฉายา “ลอส มิลลอนนาริออส” หรือ “มหาเศรษฐี” ไปโดยปริยาย ขณะเดียวกันก็สร้างความหมั่นไส้ให้ทีมคู่แข่งร่วมเมืองที่มีจุดกำเนิดเดียวกันอย่างโบคา จูเนียร์ส ไปด้วย

แม้จะไม่ได้ตั้งใจ แต่ด้วยสถานภาพที่แตกต่างดังกล่าวก็ทำให้ริเวอร์เพลตกลายเป็นสโมสรสัญลักษณ์ของชนชั้นกลางค่อนไปทางสูง หรือคนที่มีฐานะดีในสังคม ส่วนโบคา จูเนียร์ส ถูกยกให้เป็นทีมของชนชั้นแรงงานซึ่งเป็นประชากรหลักของเมือง หรือนัยหนึ่งคือทีมแห่งมวลชนแทน

เอาเข้าจริงๆ ถึงแฟนบอลริเวอร์เพลตจะมีคนทุกระดับชั้นในสังคม แต่พอเวลาผ่านไป ภาพจำของทั้ง 2 ทีมก็ยิ่งฝังรากลึก พอมีเรื่องความเหลื่อมล้ำทางชนชั้นเข้ามาเกี่ยวข้อง ความเป็นปฏิปักษ์ยิ่งรุนแรง

แฟนโบคานิยมเรียกแฟนริเวอร์ว่า “ไก่อ่อน” ส่วนอีกฝ่ายก็ตอบโต้ด้วยคำด่าว่า “หมูสกปรก” ขณะที่นักเตะก็เคยแสดงท่าทียั่วยุแฟนบอลอีกฝั่งอยู่เป็นระยะๆ จนเป็นชนวนเหตุให้แฟนบอลตีกันมาแล้ว (เช่น “คาร์ลอส เตเวซ” อดีตดาวยิงทีมชาติที่กลับไปเล่นให้สังกัดเก่า โบคา เมื่อปี 2015 แล้วเต้นท่าไก่ล้อแฟนริเวอร์เพลตหลังยิงประตูได้)

เวลาคู่นี้หาเรื่องกันจะไม่ใช่แค่แต่งเพลงล้อเลียน หรือร่ำๆ จะวางมวยกันเท่านั้น แต่บ่อยครั้งที่เกิดเหตุตะลุมบอนทั้งในและนอกสนามชนิดเจ็บจริง แตกจริง ตายจริง

หรือไม่ก็เล่นใหญ่แบบแฟนบอลริเวอร์เพลตลงทุนทำลูกโป่งรูปหมูขนาดยักษ์ใส่เสื้อโบคาโยนไปโยนมาบนอัฒจันทร์ หรือแฟนโบคาเอาโปสเตอร์ไปแปะทั่วกรุงบัวโนสไอเรสล้อเลียนเรื่องริเวอร์เพลตไม่ได้แชมป์

ด้วยความขัดแย้งรุนแรงดังกล่าว เวลา 2 ทีมนี้โคจรมาพบกันในลีกที ทางการจึงต้องส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจครั้งละร่วม 2,000 นาย ไปดูแลความเรียบร้อย

ความที่ทั้ง 2 ทีมคว้าแชมป์ได้มากพอๆ กัน คือ ริเวอร์เพลตเป็นแชมป์ลีกในประเทศ 36 ครั้ง และโบคา จูเนียร์ส 33 ครั้ง ส่วนโบคาเป็นแชมป์ทวีป 6 ครั้ง ขณะที่ริเวอร์ได้มา 3 ครั้ง จึงมักเป็นประเด็นตอบโตล้อเลียนผลงานกันไปมา

เพราะฉะนั้น ยิ่งมาเจอกันในแมตช์ศักดิ์ศรีอย่างถ้วยโกปา ลิเบร์ตาโดเรส จึงยิ่งยอมกันไม่ได้ โดยเฉพาะครั้งนี้ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทั้ง 2 ทีมเพิ่งจะมาเจอกันในรอบชิงชนะเลิศ

สำหรับกรณีอื้อฉาวล่าสุดเมื่อคืนวันเสาร์นั้น ฝั่งโบคาออกมาโวยว่าตัวเองเป็นผู้ถูกกระทำก็จริง แต่ย้อนไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว แฟนบอลของตัวเองก็เคยก่อเรื่องเอาสเปรย์ที่มีสารทำให้แสบตา พ่นใส่นักเตะริเวอร์เพลตระหว่างเดินเข้าสนามในเกมโกปารอบ 8 ทีมสุดท้าย จนโดนปรับแพ้มาแล้ว

และพอรู้ว่า 2 ทีมนี้จะมาเจอกันในรอบชิงที่เตะกันแบบเหย้า-เยือน แฟนบอลก็เริ่มเกทับกันรุนแรง เลยเถิดถึงขั้นเผาบ้านกันมาแล้ว ทำให้ฝ่ายจัดการแข่งขันต้องออกกฎเหล็กห้ามแฟนบอลทีมเยือนเข้าไปชมเกมแต่ละนัด เพื่อความปลอดภัย

ปัญหาก็คือ อย่างไรเสีย 2 สโมสรนี้ก็อยู่กันไม่ห่าง เพราะเป็นทีมร่วมเมือง แค่เดินทางข้ามเขตกันไปนิดหน่อย การจะเลี่ยงการปะทะย่อมเป็นไปได้ยาก

และไม่ว่าเกมนี้คืนวันอาทิตย์จะลงเอยอย่างไร หลังจากนัดแรกเสมอกันมาดุเดือด 2-2 ก็แน่ใจได้อย่างหนึ่งว่า อาจจะต้องมีการสูญเสียหรือนองเลือดตามมา ไม่ว่าทีมใดจะเป็นแชมป์ก็ตาม !

ติดตามข่าวสารต่อได้ที  http://ufabet369.com/

UFABET แทงบบอนออนไลน์ คาสิโนออนไลน์

www.mutexed.com